สั่ง AI ยังไงให้ได้งานปัง เทคนิคการตลาดออนไลน์ใหม่ที่ต้องรู้

  • Home
  • Digital Marketing New
  • สั่ง AI ยังไงให้ได้งานปัง เทคนิคการตลาดออนไลน์ใหม่ที่ต้องรู้

Table of Contents

      ในยุคที่เทคโนโลยีหมุนเร็วยิ่งกว่าพายุ ผมเห็นความเปลี่ยนแปลงมากมายในวงการเอเจนซี่ แต่ไม่มีครั้งไหนที่รุนแรงและรวดเร็วเท่ากับการมาถึงของ AI อย่าง ChatGPT, Claude หรือ Gemini อีกแล้วครับ

     ช่วงแรกๆ น้องในทีมผมหลายคนตื่นตระหนก กลัวว่า AI จะมาแย่งงาน แต่พอผ่านไปสักพัก เราเริ่มเห็นความจริงว่า AI ไม่ได้เข้ามาเพื่อแทนที่มนุษย์ แต่มันเข้ามาเป็นตัวช่วย ที่จะทำให้วงการการตลาดออนไลน์สนุกขึ้นต่างหาก

     พูดกันตามตรง ในการทำงานยุคนี้ ความสามารถในการสื่อสารกับ AI หรือที่เรียกกันว่า “Prompt Engineering” อาจไม่ได้ถึงขั้นเป็นทักษะตัดสินความเป็นความตายขนาดนั้น แต่มันคือทักษะที่ช่วยซื้อเวลา และทุ่นแรงได้มหาศาลเลยล่ะครับ เพราะคนที่สั่ง AI เป็น จะสามารถทำงานได้เสร็จเร็วกว่า และมีเวลาไปโฟกัสเรื่องกลยุทธ์มากขึ้น ในขณะที่คนสั่งไม่เป็นก็ต้องมานั่งแก้คำผิด หรือรื้อโครงสร้างงานใหม่เองหมด 

     หลายคนที่ผมเคยเห็นถึงขึ้นไปลงเรียนคอร์ส Digital Marketing ราคาแพงเพื่อหวังจะได้เคล็ดลับต่างๆ แต่พอกลับมาทำงานจริง กลับตกม้าตายตอนใช้เครื่องมือ เพราะไม่รู้วิธีบรีฟ AI ให้เข้าใจบริบทของงาน บทความนี้ผมจึงจะมาแชร์เทคนิคแบบเนื้อๆ เน้นๆ ในมุมของคนทำงานจริง ว่าเราจะเปลี่ยน AI ให้เป็นทีมงานระดับเทพได้อย่างไร

มอง AI ให้เหมือนเพื่อนร่วมงาน

     ความเข้าใจผิดที่ผมเจอบ่อยที่สุด ทั้งจากลูกค้า และน้องๆ ที่เพิ่งผ่านการอบรมการตลาดมา คือการมอง AI เป็นเหมือน Google Search ที่แค่ใส่คำสั่งสั้นๆ แล้วจะได้ของที่ต้องการออกมาทันที

     เพราะความเป็นจริงคือ AI มันทำงานเหมือนกับพนักงานในออฟฟิศเรานี่แหละครับ เพียงแค่ว่ามันไม่มีประสบการณ์ทำงานเท่านั้นเอง ถ้าคุณสั่งงานเขาแบบส่งๆ เขาก็จะทำงานแบบส่งๆ หน้าที่ของคุณคือการเป็น Senior ที่ดี ที่ต้องบรีฟงานให้ละเอียด ชัดเจน และมีทิศทาง

     ดังนั้นเราจึงต้องมอง AI เป็นคู่สนทนาไม่ใช่แค่เครื่องมือรับคำสั่ง เพราะความแตกต่างนี้ส่งผลต่อผลลัพธ์มากมายเลยทีเดียว และจากการสังเกตทีมงาน และการสอนในคลาส Performance Marketing Course หลายรุ่น ผมสรุปความแตกต่างของพฤติกรรมการใช้งานได้ดังนี้ครับ

คุณลักษณะ

มือใหม่ (Beginner)

มือโปร (Professional)

การให้คำสั่ง

ใช้คำสั่งสั้นๆ คลุมเครือ และปลายเปิด

ให้คำสั่งที่ชัดเจน เจาะจง และมีเป้าหมาย

การให้บริบท

ไม่ให้ข้อมูลเบื้องหลัง หรือให้เพียงเล็กน้อย

ให้บริบทที่จำเป็นอย่างครบถ้วน

การกำหนดรูปแบบ

คาดหวังให้ AI จัดรูปแบบผลลัพธ์เอง

ระบุโครงสร้างและรูปแบบของผลลัพธ์ที่ต้องการอย่างชัดเจน

การโต้ตอบ

ถามครั้งเดียวแล้วจบ (Single-Shot)

มองเป็นการสนทนา มีการปรับแก้และต่อยอด (Iterative)

การใช้ตัวอย่าง

ไม่มีการให้ตัวอย่าง

ใช้ตัวอย่าง (Examples) เพื่อชี้นำสไตล์และรูปแบบ

การกำหนดบทบาท

ไม่มีการกำหนดบทบาทให้ AI

กำหนดบทบาท (Role) ให้ AI เป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้นๆ

     ————————————————————————————————————————————————————————————————

Right Lane แนะนำ !!

พอเราเริ่มจับทางถูกแล้วว่าต้อง “บรีฟ” AI ยังไงให้เหมือนคุยกับทีมงาน อีกจิ๊กซอว์ที่สำคัญไม่แพ้สกิลการสั่งงาน คือการเลือก “เครื่องมือ” ให้ถูกกับโจทย์ครับ เพราะ AI แต่ละตัวมีความถนัดต่างกัน (เหมือนพนักงานแต่ละตำแหน่ง) ถ้าเลือกเครื่องมือถูก + สั่งงานเป็น รับรองว่าทิ้งห่างคู่แข่งได้สบายๆ ครับ ไปดูกันว่าตัวไหนเหมาะกับธุรกิจคุณที่สุดที่บทความนี้ครับ

🔗 คู่มือเลือก AI Tools ทำการตลาดออนไลน์ยังไง ให้เหนือคู่แข่ง

Prompt Engineering ทักษะใหม่ที่สำคัญกว่าที่คิด

     ถ้าคุณกำลังมองหาคอร์ส Digital Marketing เพื่ออัปสกิลในยุคนี้ ผมแนะนำว่าให้ดูหลักสูตรที่มีการสอนเรื่อง Prompt Engineering ผสมอยู่ด้วยจะดีที่สุดครับ ซึ่งการเขียน Prompt ที่ดีมีโครงสร้างที่ชัดเจนเป็นยังไงนั้น ผมสรุปสูตรลับที่ใช้เทรนทีมงานในเอเจนซี่ออกมาเป็น 6 องค์ประกอบหลัก ดังนี้

                                           [บทบาท] + [งาน] + [บริบท] + [รูปแบบ] + [ข้อจำกัด] + [ตัวอย่าง]

  1. บทบาท (Role)

     
     การกำหนดบทบาทคือการบอกให้ AI สวมวิญญาณ เป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้นๆ ครับ เรื่องนี้สำคัญมากเพราะ AI มีข้อมูลมหาศาล ถ้าเราไม่กำหนดบทบาท มันจะตอบแบบกว้างๆ กลางๆ เหมือนอ่านสารานุกรม แต่ทันทีที่เรากำหนด Role ลงไป มันจะดึงชุดคำศัพท์ วิธีคิด และมุมมองของอาชีพนั้นมาใช้ ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้มีความลึกและตรงประเด็น ไม่ใช่แค่ผิวเผิน

ตัวอย่างเช่น

มือใหม่: “ช่วยคิดคำโฆษณาขายคอร์สอบรมการตลาดหน่อย”

มือโปร: “คุณคือ Senior Copywriter แห่งวงการ EdTech ที่เชี่ยวชาญการปั้นยอดขาย Performance Marketing Course ให้โต 10 เท่า ช่วยคิดคำโฆษณา…”

  1. งาน (Task)

     
     ส่วนนี้คือหัวใจของการสั่งงานครับ คุณต้องระบุสิ่งที่ต้องการให้ AI ลงมือทำอย่างเป็นรูปธรรมที่สุด กุญแจสำคัญคือการใช้คำกริยาที่แสดงการกระทำชัดเจน หลีกเลี่ยงคำสั่งที่กำกวมหรือกว้างจนเกินไป เพื่อให้ AI โฟกัสไปที่ผลลัพธ์ปลายทางที่เราต้องการจริงๆ ไม่ใช่แค่บอกความต้องการลอยๆ แต่ต้องสั่งเจาะจงลงไปเลยครับ

ตัวอย่างเช่น

มือใหม่: “อยากขายคอร์ส Digital Marketing

มือโปร: “จงร่างโครงสร้าง Landing Page สำหรับขาย Performance Marketing Course โดยเน้นจุดขายเรื่องการเพิ่มยอด ROAS…”

  1. บริบท (Context)


     บริบทคือส่วนประกอบที่สำคัญที่สุดที่หลายคนมักมองข้าม โดยเฉพาะคนที่ผ่านการ
อบรมการตลาด แบบทฤษฎีมาเยอะแต่นำไปใช้จริงไม่ถูก การให้บริบทกับ AI คือการป้อนข้อมูลเบื้องหลัง, เป้าหมาย, และกลุ่มเป้าหมายให้ครบถ้วน เปรียบเสมือนการเตรียมวัตถุดิบชั้นดีให้เชฟ ถ้าเราไม่ให้วัตถุดิบที่ถูกต้อง เชฟก็ไม่สามารถปรุงอาหารจานเด็ดที่ตรงปากลูกค้าออกมาได้ครับ

ตัวอย่างเช่น

มือใหม่: “เขียนอีเมลหาลูกค้าเก่าให้หน่อย”

มือโปร: “เราคือสถาบันสอนการตลาดออนไลน์ชื่อ Rightlane กลุ่มเป้าหมายคือเจ้าของธุรกิจ SMEs ที่เคยเรียนพื้นฐานกับเราไปแล้วเมื่อ 1 ปีก่อน เป้าหมายคือต้องการชวนเขากลับมาลงเรียนคอร์ส Advance เพื่ออัปเดตเทรนด์ใหม่…”

  1. รูปแบบ (Format)

     
     รูปแบบคือหน้าตาของผลลัพธ์ที่คุณอยากได้ครับ ไม่ว่าจะเป็นตาราง, ลิสต์รายการ, หรือบทความ การระบุรูปแบบที่ชัดเจนจะช่วยลดเวลาทำงานของคุณลงได้มหาศาล โดยเฉพาะตอนที่ต้องเอาข้อมูลไปทำสไลด์หรือเอกสารเสนอผู้บริหาร แทนที่จะได้ข้อความปนกันมาเป็นข้อความยาวๆ คุณสามารถสั่งให้ AI จัดระเบียบความคิดออกมาให้พร้อมใช้งานได้ทันทีเลยครับ

ตัวอย่างเช่น

มือใหม่: “ขอตารางสอนอบรมการตลาด คอร์ส Digital Marketing หน่อย”

มือโปร: “ออกแบบโครงสร้างหลักสูตร Performance Marketing Course ระยะเวลา 4 สัปดาห์ โดยนำเสนอในรูปแบบตารางแบ่งเป็นคอลัมน์: สัปดาห์ที่, หัวข้อการเรียนรู้, และ Workshop ที่ต้องทำ”

  1. ข้อจำกัด (Constraints)

     
     ข้อจำกัดเปรียบเสมือนกฎ กติกา หรือกรอบบังคับที่ AI ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความยาว โทนเสียง หรือสิ่งที่ห้ามทำ การระบุส่วนนี้สำคัญมากเพื่อป้องกันไม่ให้ AI หลุดประเด็น หรือเขียนเวิ่นเว้อจนเกินความจำเป็น ซึ่งเป็นปัญหาปกติของ AI รุ่นใหม่ๆ ที่มักจะแถมข้อมูลที่เราไม่ได้ขอ การใส่ Constraints จะช่วยควบคุมคุณภาพงานให้อยู่ในร่องในรอย และได้ผลลัพธ์ที่ตรงใจเราที่สุดครับ

ตัวอย่างเช่น

มือใหม่: “เขียนแคปชั่นขายคอร์สอบรมการตลาดหน่อย เอาสั้นๆ”

มือโปร: “เขียนแคปชั่นสำหรับโปรโมต คอร์ส Digital Marketing และ Performance Marketing Course ความยาวไม่เกิน 3 บรรทัด, ห้ามใช้คำว่า ‘ราคาถูก’ แต่ให้ใช้คำว่า ‘คุ้มค่า’ แทน, และต้องจบด้วย Call to Action ให้ทักแชทเท่านั้น”

  1. ตัวอย่าง (Example)

     
     ส่วนสุดท้ายคือการให้ตัวอย่างงานที่ดี หรือในทางเทคนิคเรียกว่า “Few-shot prompting” ครับ วิธีนี้เปรียบเสมือนทางลัดที่บอก AI ว่า “ฉันอยากได้แบบนี้” เพราะ AI มีความสามารถในการเลียนแบบรูปแบบภาษาที่เก่งมาก แทนที่จะเสียเวลาอธิบายสไตล์การเขียนยืดยาว แค่คุณแปะตัวอย่างงานเก่าที่เคยทำแล้วเวิร์กให้มันดู มันจะเข้าใจบริบท และโทนของ
คอร์ส Digital Marketing และ Performance Marketing Course ที่คุณต้องการสื่อสารได้ทันทีครับ

ตัวอย่างเช่น

มือใหม่: (ไม่ใส่ตัวอย่าง ให้ AI เดาเอาเอง)

มือโปร: “ดูตัวอย่างสไตล์การตั้งชื่อคอร์สที่ผมชอบ ดังนี้

Input: สอนยิงแอด TikTok
Output: เจาะลึก TikTok Ads ปั้นยอดขายหลักล้านด้วยงบหลักพัน ฉบับ Performance Marketing Course
จากตัวอย่างข้างต้น จงตั้งชื่อคอร์สสำหรับหัวข้อ Google Ads…”

เปรียบเทียบผลลัพธ์จริง Bad Prompt vs Good Prompt

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ผมจะยกตัวอย่างงานจริงในเอเจนซี่ ที่เราใช้ทั้งเทคนิคการตลาดออนไลน์ และ AI ทำงานร่วมกันครับ

 

หมวดหมู่

Prompt มือใหม่ (Bad)

ผลลัพธ์จาก Prompt มือใหม่

Prompt มือโปร (Good)

ผลลัพธ์จาก Prompt มือโปร

การเขียนอีเมลการตลาด

“เขียนอีเมลการตลาดให้ฉัน”

“ได้เลยค่ะ! รบกวนช่วยบอกหน่อยได้ไหมคะว่า สินค้าคืออะไร กลุ่มเป้าหมายเป็นใคร และมีโปรโมชั่นอะไร…” (AI ถามกลับเพื่อขอข้อมูล)

“คุณเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเขียนอีเมล B2B SaaS… เขียนอีเมลติดตาม CTO ที่เปิดแต่ไม่ตอบ… รูปแบบ: ชื่อเรื่อง, การเปิด, CTA นุ่ม… ข้อจำกัด: 100 คำ, สไตล์สนทนา…”

“หัวข้อ: เห็นว่าคุณเปิดอีเมลของฉัน… สวัสดีครับ [ชื่อ], เห็นว่าคุณเปิดอีเมลของผมเมื่อเร็วๆ นี้ เลยอยากแค่เตือนให้ทราบว่าเครื่องมือของเราออกแบบมาเพื่อช่วยทีมพัฒนาของคุณลดเวลาปรับใช้ลงได้ถึง 40%…” (AI สร้างอีเมลที่ตรงเป้าหมายและพร้อมใช้)

สรุปเนื้อหา

“สรุปข้อความนี้ให้ฉัน: ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้เปลี่ยนแปลงวิธีที่เราทำงาน…”

“ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นเทคโนโลยีที่มีพลัง ช่วยเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงาน เรียนรู้ และสร้างสรรค์…” (สรุปแบบทั่วไป)

“สรุปข้อความต่อไปนี้เป็นสัญลักษณ์แสดงหัวข้อย่อย 3 จุด โดยเน้นจุดสำคัญ… สไตล์: เป็นทางการ กระชับ ใช้ภาษาง่าย”

“• ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เปลี่ยนแปลงวิธีการทำงาน เรียนรู้ และสร้างสรรค์\n• AI เป็นเทคโนโลยีที่มีพลังสูงในการแก้ปัญหาซับซ้อน\n• ควรนำ AI มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและนวัตกรรม…” (สรุปเป็นประเด็นตามรูปแบบที่สั่ง)

สร้างแผนการตลาด

“สร้างแผนการตลาดให้ฉัน”

“ได้เลยครับ! เพื่อที่จะช่วยสร้างแผนการตลาดที่เหมาะสม… รบกวนขอข้อมูลเพิ่มเติมหน่อยครับ เช่น ธุรกิจของคุณเกี่ยวกับอะไร? กลุ่มเป้าหมายคือใคร?…” (AI ถามกลับเพื่อขอข้อมูล)

“สร้างแผนการตลาดดิจิทัล 3 ขั้นตอนสำหรับ: Fintech startup ในไทย, แอปจัดการงบประมาณ, งบ 50,000 บาท, ผู้ชม 25-45 ปี… ให้ระบุ KPI และเมตริกวัดผล”

“1. **สร้างการรับรู้แบรนด์…**: ใช้งบประมาณ…ทำโฆษณาบนโซเชียลมีเดีย… KPI: Reach, Engagement Rate… 2. **กระตุ้นการดาวน์โหลด…**: ส่งอีเมลแนะนำแอปพร้อมข้อเสนอพิเศษ… KPI: จำนวนคลิก, Open Rate…” (AI สร้างแผนที่ปฏิบัติได้จริงพร้อมตัวชี้วัด)

แจกของดี Ultimate Prompt Template

     สำหรับใครที่อ่านมาถึงตรงนี้ แล้วยังจับต้นชนปลายไม่ถูก หรือเพิ่งจบจากการอบรมการตลาด ไม่ว่าจะเป็น Performance Marketing Course หรือ คอร์ส Digital Marketing แล้วอยากลองวิชา ผมทำ Template สำเร็จรูปมาให้ คุณสามารถ Copy ไปวางแล้วเติมคำในช่องว่างได้เลย รับรองว่าผลลัพธ์จะดีขึ้นแบบผิดหูผิดตาแน่นอน

 

### 1. บทบาท (Role)

> สวมบทบาทเป็น: [ระบุบทบาทผู้เชี่ยวชาญ เช่น นักการตลาดดิจิทัล, โปรแกรมเมอร์ Python, ที่ปรึกษาทางธุรกิจ]

 

### 2. งาน (Task)

> งานที่ต้องการให้ทำ: [ระบุงานหลักให้ชัดเจน เช่น เขียนบทความ, สร้างสคริปต์, วิเคราะห์ข้อมูล, วางแผนกลยุทธ์]

 

### 3. บริบท (Context)

> – **เป้าหมายหลัก:** [เป้าหมายของงานนี้คืออะไร เช่น เพื่อเพิ่มยอดขาย, ให้ความรู้, แก้ปัญหา…]

> – **ผู้ชมเป้าหมาย:** [งานนี้สร้างขึ้นเพื่อใคร เช่น นักเรียน, ผู้บริหาร, ลูกค้า…]

> – **ข้อมูลสำคัญ:** [ให้ข้อมูลเบื้องหลังที่จำเป็นทั้งหมด เช่น ข้อมูลบริษัท, รายละเอียดผลิตภัณฑ์, ข้อมูลดิบ…]

 

### 4. รูปแบบ (Format)

> จัดรูปแบบผลลัพธ์เป็น: [ระบุรูปแบบที่ต้องการ เช่น รายการสัญลักษณ์ (bullet points), ตาราง, JSON, บทความที่มีหัวข้อย่อย, โค้ด]

 

### 5. ข้อจำกัด (Constraints)

> – **ความยาว:** [ระบุความยาว เช่น ไม่เกิน 500 คำ, 3 ย่อหน้า]

> – **สไตล์/น้ำเสียง:** [ระบุสไตล์การเขียน เช่น เป็นทางการ, สนทนา, สนุกสนาน, วิชาการ]

> – **สิ่งที่ต้องทำ/ห้ามทำ:** [ระบุสิ่งที่ต้องมีหรือต้องหลีกเลี่ยง เช่น “ต้องอ้างอิงแหล่งข้อมูล”, “ห้ามใช้ศัพท์เทคนิค”]

 

### 6. ตัวอย่าง (Example)

> (ถ้ามี) ตัวอย่างผลลัพธ์ที่ต้องการ:

> “[วางตัวอย่างที่ดีที่ต้องการให้ AI ยึดเป็นแนวทาง]”

บทสรุป

     การสั่ง AI ให้ได้งานปัง จริงๆ แล้วไม่ได้พึ่งดวงเลยครับ แต่มันอยู่ที่วิธีคุยของเราล้วนๆ โลกการตลาดออนไลน์ตอนนี้เปิดกว้างมากครับ ใครที่สามารถใช้เครื่องมือมาช่วยผ่อนแรงได้ คนนั้นก็ได้เปรียบไปกว่าครึ่งแล้ว และที่สำคัญคือทำงานสนุกขึ้นด้วยครับ

     สำหรับเจ้าของธุรกิจที่กำลังมองหาหัวข้ออบรมการตลาดใหม่ๆ ให้ทีม หรือใครที่กำลังเรียนคอร์ส Digital Marketing อยู่ ผมอยากเชียร์ให้ลองเอาเทคนิค Prompt Engineering ไปปรับใช้คู่กันดูครับ รับรองว่าวิชาที่เรียนมาจะยิ่งขลังขึ้นอีกเยอะ แถมยังช่วยลดเวลาทำงานจำเจ ให้เรามีเวลาไปโฟกัสเรื่องไอเดียเจ๋งๆ ได้เต็มที่

     แค่ลองเปลี่ยนจากคำสั่งสั้นๆ มาเป็นการพูดคุยแบบมีโครงสร้างตามที่ผมแชร์ไป คุณจะเห็นเลยว่า AI ไม่ใช่แค่โปรแกรมคอมพิวเตอร์ แต่มันคือเพื่อนคู่คิดที่ช่วยให้งานเราเบาลงได้จริงๆ มาเริ่มสนุกกับการฝึกเขียน Prompt กันตั้งแต่วันนี้ดีกว่าครับ ยิ่งเริ่มไว งานยิ่งเสร็จไว ชีวิตการทำงานมีความสุขขึ้นเยอะ ลองดูนะครับ ผมพิสูจน์มาแล้วว่าเวิร์กจริง

Right Lane แนะนำ !!

เมื่อได้วิธีการใช้ AI ที่ถูกต้องแล้ว จิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่จะทำให้เราอยู่รอดได้จริง ไม่ใช่แค่เทคโนโลยีครับ แต่คือคนที่จะมาควบคุมมัน หากคุณไม่อยากให้ AI มาแย่งงาน แต่ต้องการใช้มันเป็นฐานเพื่อกระโดดให้สูงกว่าเดิม ทีมงานยุคนี้ต้องมีสกิลอะไรติดตัวบ้าง? ไปเช็กความพร้อมกันต่อได้ที่บทความนี้ครับ

🔗 6 ทักษะเอาตัวรอดของนักการตลาดออนไลน์ ในยุค AI ครองเมือง

—————————

📌 สำหรับใครที่สนใจ คอร์ส Digital Marketing อบรมการตลาด เพื่อเพิ่มยอดขายผ่านหน้าเว็บไซต์ ยิงแอดครบทุก Platform พร้อมทั้งการวิเคราะห์ Conversion ด้วย data analytics ทั้งรูปแบบคอร์สเรียนออนไลน์, คอร์สเรียนแบบส่วนตัว หรือ In-House Training

📞 ติดต่อสอบถามข้อมูลกับ Right Lane Academy ได้ที่ 👇🏻

โทร : +66 (0) 94-616-3651 K.Por (Admin Rightlane)
Line : @rightlane
Facebook : https://www.facebook.com/RightLaneAcademy

#Rightlane #คอร์สเรียน digital marketing #GA4 #performancemarketing #googleanalytics4 #data analytics #อบรมการตลาด

ชญานิศ จิตรีปลื้ม (นิก)
ชญานิศ จิตรีปลื้ม (นิก)

ที่ปรึกษาด้าน digital Strategy และ Performance Marketing มามากกว่า 10 ปี อาจารย์พิเศษด้านการตลาด ให้กับมหาวิทยาลัยชั้นนำ อาทิ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ
(Digital Marketing Strategy )

ประสบการณ์วางแผนกลยุทธ์ทางด้าน Digital Marketing โดยเฉพาะ Online Platform ยอดนิยม เช่น Facebook ads , Google ads , SEO , Tiktok ,
Line , Youtube , Marketplace Ads มากกว่า 500+ Campaign (Digital Media Tools )

ประสบการณ์ด้าน Consult เทคนิคเชิงลึกสำหรับ Digital Media Tools เพื่อให้ทุกงบการลงทุนโฆษณาคุ้มค่ามากที่สุด อาทิเช่น การเพิ่ม Conversion ให้ธุรกิจ ,
เทคนิค ทำอย่างไรให้ CPA ราคาถูกลง , มีคนทักเยอะ ไม่มีคุณภาพ ปิดการขายไม่ได้ , สินค้าเสี่ยง Policy พร้อมเทคนิคการยิงแอดยังไงให้ไม่โดน Reject

บทความที่เกี่ยวข้อง

ทำธุรกิจต้องรู้! AI ฟรี vs เสียเงิน คุ้มแค่ไหน กับการตลาดออนไลน์

Home Table of Contents เคยหัวเสียกับข้อความแจ้งเตือนโควตาการใช้งานของคุณหมดแล้ว ตอนกำลังปั่นงานด่วนไหมครับ? ผมเชื่อว่าหลายคนที่เคยลองใช้ AI น่าจะคุ้นเคยกับความหงุดหงิดนี้ดี บางธุรกิจอาจพยายามประหยัดงบด้วยการให้ทีมงานสลับใช้อีเมลหลายๆ อันสมัคร AI เวอร

Read More »
อบรมการตลาด

เทคนิคเลือก AI การตลาดออนไลน์ ให้ใช้ได้จริง ไม่ใช่แค่ตามเทรนด์

Home Table of Contents หลายคนคงรู้ดี ว่าทุกวันนี้ AI เข้ามามีบทบาทกับการทำการตลาดออนไลน์ มากขึ้นจนกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว จากประสบการณ์ที่ผมอยู่ฝั่งเอเจนซี่มา ผมพบว่าความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดไม่ใช่การเข้าถึงเทคโนโลยี แต่คือการที่เราจะเลือกใช้ AI ย

Read More »

สั่ง AI ยังไงให้ได้งานปัง เทคนิคการตลาดออนไลน์ใหม่ที่ต้องรู้

Home Table of Contents       ในยุคที่เทคโนโลยีหมุนเร็วยิ่งกว่าพายุ ผมเห็นความเปลี่ยนแปลงมากมายในวงการเอเจนซี่ แต่ไม่มีครั้งไหนที่รุนแรงและรวดเร็วเท่ากับการมาถึงของ AI อย่าง ChatGPT, Claude หรือ Gemini อีกแล้วครับ      ช่วงแรกๆ น้องในทีมผมหลายคนตื่นตร

Read More »